จำนำข้าวทำประเทศเสียหาย  

หน้าแรก    

ตัวเลขขาดทุนจำนำข้าวจากกระทรวงการคลัง


ปลัดกระทรวงการคลังสรุปจำนำข้าว 15 โครงการตั้งแต่ปี 2547 - 2556 มีผลขาดทุน 6.82 แสนล้านบาท

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2557 นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยตัวเลข ผลขาดทุนจำนำข้าว ว่า 11 โครงการแรก สมัยก่อนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร) 1.63 แสนล้านบาท ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีผลขาดทุน จากการรับจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาทใน 4 โครงการจำนวน 5.1 แสนล้านบาท

และปลัดกระทรวงการคลังได้กล่าวว่า การปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวในครั้งนี้ ถือเป็นการปิดบัญชีตามเอกสาร ตัวเลขบางส่วนอาจยังไม่ตรงกัน โดยหลังจากนี้จะมีการปิดบัญชีทุกวันที่ 30 กันยายน เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ชัดเจน สำหรับสต๊อกข้าวล่าสุดของรัฐบาลขณะนี้มีอยู่ 19.2 ล้านตันข้าวสาร คิดเป็นมูลค่า 2.25 แสนล้านบาท ซึ่งผลขาดทุนดังกล่าวได้มีการรวมมูลค่าของข้าวที่เสื่อมคุณภาพ จำนวน 3.3 หมื่นล้านบาทเรียบร้อยแล้ว

จาก TDRI จำนำข้าวสมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ขาดทุนกว่า 6 แสนล้าน ถึง ล้านล้านบาท -

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (TDRI) หลังการตรวตสต๊อคข้าวพบว่ามีข้าวกว่า 80% ที่ไม่ได้คุณภาพ จากข้าว ที่อยู่ ในสต๊อคของรัฐบาลกว่า 17 ล้านตัน ส่งผลให้โครงการนี้มีผลขาดทุนไม่น้อยกว่า 6.6 แสนล้านบาทและหากใช้เวลาขายข้าวนาน 10 ปี จะทำให้ผลขาดทุนเพิ่มเป็น 9.6 แสนล้านบาท

คณะตรวจสอบข้าวยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ ดีเอ็นเอ ข้าว เพื่อตรวจสอบการเจือปนข้าว และการนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาสรวมสิทธธิ์

ตัวเลขขาดทุนจากกระทรวงพาณิชย์

ม.ร.ว. ปรีดียาธร (อุ๋ย) เทวกุล เปิดเผยตัวเลขขาดทุนจากกระทรวงพาณิชย์ที่ได้มีการเปิดเผยออกมาเป็นระยะๆ ก่อนหน้านี้ แต่ทั้งๆที่รู้ (หรือแกล้งไม่รู้) ทั้งรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วย บอกขาดทุนไม่ถึงแสนล้าน แต่ไม่เคยบอกตัวเลขจริง ว่าขาดทุนเท่าใด

หม่อมอุ๋ย เปิดเผยตัวเลขที่รวบรวมได้ในรายการตอบโจทย์ ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 16 ต.ค. แต่ถูกรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่มากขนาดนั้น และยังถูกนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กล่าวหาว่า เป็นตัวเลขที่คลาดเคลื่อน

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. หม่อมอุ๋ย ได้กลับมาออกรายการตอบโจทย์อีก พร้อมเปิดเผยตัวเลขที่ได้มีการเปิดเผยจากประทรวงพาณิชย์เป็นระยะๆ ซึ่งรวมแล้วขาดทุนมากกว่าที่ปม่อมอุ๋ยได้ บอกในรายการก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ

โครงการจำนำข้าวขาดทุน

คณะรัฐมนตรีตั้งงบประมาณรับจำนำข้าวเปลือกจากเกษตรกร 500,000 ล้านบาท แต่จำนวนข้าวเปลือกที่รับจำนำ มากว่างบประมาณที่ตั้งเอาไว้ จึงได้มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มขึ้นอีกกว่าแสนล้านบาท จากตัวเลขจะเห็นได้ว่า เกิดนกว่างบประมาณ 178,000 ล้านบาท เสียค่าดำเนินการ 2 ปีเป็นเงิน 89,000 บาท ก็เท่ากับต้นทะนอยู่ที่ตันละ 28,673 บาท

จากข้าวเปลือก 42.42 ล้านตัน สีเป็นข้าวสารได้ 26.75 ล้านตัน ขายไป 12 ล้านตัน เหลืออยู่ในสต๊อก 14 ล้านตัน

ขาดทุนโครงการจำนำข้าว

กระทรวงพาณิชย์บอกว่า ขายข้าวได้เงิน 129,000 ล้านบาท (จากตัวเลขที่ข้าวเหลือในสต๊อกก็เท่ากับขายไป 12 ล้านตัน)

ขายข้าว 12 ล้านตันได้เงิน 129,000 ล้านบาท เท่ากับขายได้ตันละ 10,750 บาท ก็เท่ากับว่ารัฐบาล ขายข้าว 12 ล้านตันขาดทุน 215,076 ล้านบาท

 

ถ้าขายข้าวจำนวนที่เหลือ 14 ล้านตัน ได้ตามราคาเฉลี่ยเดิม ที่ 10,750 บาท รัฐบาลจะขาดทุนเพิ่มอีก 251,000 ล้านบาท รวมขาดทุนทั้งสิ้น 466,000 ล้านบาท มากกว่าที่หม่อมอุ๋ยได้ประเมินไว้เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ทั้งนี้ ยังไม่รวม ข้าวที่จะเสื่อมเสียเมื่อเก็บไว้ในโกดังเป็นเวลานาน

โครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ดทำให้รัฐขาดทุน 4.25 แสนล้านบาท ในขณะที่ชาวนาได้รับเงินเพียง 2.1 แสนล้านบาท (ปี 2554-2555, ปี 2555-2556) อีกสองแสนกว่าล้านหายไปไหน (ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล

ถ้ารัฐยังดื้อดันต่อไป ปี 2556-2557 ก็จะขาดทุนอีกกว่าสองแสนล้านบาท ไม่รวมความเสียหายตลาดข้าว ความเสียหายจากการเก็บ ข้วในโกดังเป็นเวลานานเพราะขายไม่ออก

ข่าวที่ว่านายกฯ ได้เซ็นสัญญา G to G (Government To Government หรือรัฐต่อรัฐ) กับัฐบาลจีน ตามจำนวนที่เว็บไซต์รัฐบาล กล่าวอ้าง ข้าว 1 ล้านตัน ยางพารา 200,000 ตัน ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี และจำนวนที่รัฐบาลจีนเปิดเผยว่า จะซื้อ ข้าว 1 ล้านตัน และยางพารา 200,000 ตัน ภายในระยะเวลา 5 ปี แสดงถึงความจริงถูกบิดเบือน หรืออ่านข้อมูลในสัญญาไม่ถูกต้อง ควรเชื่อใครดี ประวัติมีให้เห็นอยู่แล้ว

นายกิติรัตตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีคลัง กล่าวถึง มรว.ปรีดิยาธร ว่า ตัวเลขขาดทุนจำนำข้าว 4.25 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่คลาดเลื่อน และมีความเข้าใจผิด และเตือนว่า เป็นถึงอดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ต้องระมัดระวังการให้ข้อมูล แต่นายกิตติรัตน์ปฏิเสธ ที่จะชีแจงว่า จริงๆ แล้วโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลขาดทุนไปเท่าใด

rice-mortgage

รายการ "ตอบโจทย์" ไทยพีบีเอส วันที่ 16 ต.ค. 56

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เผยตัวเลขที่ได้รวบรวมข้อมูล จากการรายงานของ กระทรวงพาณิชย์ ที่ได้มีการราย งานเป็นระยะๆ และจากการรวบรวมข้อมูลจากการ สอบถามชาวนา ผู้เชี่ยวชาญค้าข้าว และธนาคารเพื่อ การเกษตร สรุปยืนยันว่า รัฐบาลขาดทุนจริงตามตัวเลขอ้างอิง

นอกจากนี้ยังพบว่า ชาวนาที่มีนาต่ำกว่า 20 ไร่ เข้า โครงการเพียง 24% ที่เหลือ 76% เป็นชาวนาที่มีนา มากกว่า 20 ไร่ .. สรุป โครงการจำนำข้าวช่วยชาวนา ยากจนเพียงส่วนน้อยแต่ชาวนาที่มีฐานะได้รับเต็มๆ

หมายเหตุ ... จำนวนครัวเรือนที่เปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว (นาปีและนาปรัง) มีทั้งสิ้น 4,002,000 จำนวนครัวเรือนที่จำนำข้าวปี 2554-2555 (นาปี - นาปรัง) 2,163,000 (1,839,000 ครัวเรือนไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำ) ปี 2555-2556 (นาปี - นาปรัง) 2,180,000 (1,894,000 ครัวเรือน ไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำ)

โครงการจำนำข้าวผ่านไป 2 ปีฤดูกาล รัฐบาลใช้เงิน 6.7 แสนล้านบาท ถ้ารวมปี 2556-2557 รัฐบาลจะต้องให้เงินกว่า 8 แสนล้านบาท ไม่รวมค่าเช่าโกดังซึ่งขณะนี้มีอยู่ 16 ล้านตัน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีก 3 ปีจึงระบายออก นอกจากนี้ยังต้องเสียค่าบำรุงรักษา และสูญเสียข้าวเสื่อมเสียคุณภาพเพราะเก็บไว้เป็นเวลานาน

ม.ร.วปรีดียาธร ไม่ขอเอ่ยถึงรัฐมนตรีคลัง กิตติรัตน์ ที่ว่า "นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนไม่ได้จบบัญชีจึงมีความแตกต่างระหว่างตัวเลข

ก็ต้องขอกล่าวถึง ม.ร.ว. ปรีดียาธร เทวกุล หน่อย หม่อมอุ๋ย จบปริญญาโทบริหารธุรกิจจาก The Wharton School of the University of Pennsylvania และได้รับคะแนนเต็มแผนกบัญชี (100%)

 
โครงการจำนำข้าว

โครงการจำนำข้าวเริ่มเมื่อสมัยทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และมีคาดการณ์ว่า ในฐานะที่เป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ๋ ที่สุดในโลก ถ้าเก็บข้าวออกจากตลาดจะทำให้ขาวใน ตลาดโลกขาดแคลนและราคาจะสูงขึ้น แต่ก็ไม่เกิดขึ้น

มาสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ก็ได้เปลี่ยนเป็น วิธีประกันรายได้เกษตรกร ด้วยการประเมินราคากลาง โดยไม่ให้เกษตรกรขาดทุนแต่มีกำไรตามความสมควร ด้วยการให้เกษตรกรขายข้าวตามปกติตามราคาตลาด แล้วรัฐฯจ่ายเงินให้เกษตรกรโดยตรงตามจำนวนเงินที่ ประกันไว้ รวมทั้งเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากพืชผล ก็ได้รับเงินชดใช้ด้วย

มาถึงสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มีการรื้อฟื้น โครงการรับจำนำข้าว แต่ได้เพิ่มจำนวนเงินรับจำนำสูง ขึ้นถึง ตันละ 15,000 บาทและรับจำนำข้าวทุกเมล็ด ตามความคาดหวังของคณะเศรษฐศาสตร์ของรัฐบาล เช่นเดียวกันกับสมัยทักษิณ ชินวัตร

โครงการรับจำนำข้าว หรือควรเรียกว่า โครงการรับซื้อ ข้าว น่าจะถูกต้อง เหตุเพราะการรับจำนำข้าวราคาสูง กว่าตลาด 30% เชื่อได้ว่าชาวนาไม่ไถถอนแน่นอน